Thursday, May 11, 2006

[L]I[V]ER[P]OOL F. C. [T]HE [K]OP
[L]I[V]ER[P]OOL F. C. [T]HE [K]OP



LIVERPOOL F.C. <=> สโมสรลิเวอร์พูล




"You'll never walk alone"
สำหรับแฟนหงส์แดงนะคับถ้าใครไม่หน่ำใจกันอีกละก็เชื่อคลิกได้เลยคับ

Wednesday, May 10, 2006


สโมสรลิเวอร์พูล
LIVERPOOL F.C.


"You'll never walk alone"




Saturday, May 06, 2006


LIVERPOOL
ประวัติสโมสร
ก่อนที่จะเป็นลิเวอร์พูล
เมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจท้องถิ่นและว่าที่นายกเทศมนตรีเมือง ลิเวอร์พูล ได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟิลด์ โร้ด ( Anfield Road ) จากบริษัทผลิตเบียร์ท้องถิ่น ของลิเวอร์พูลที่ชื่อ ออร์เรลล์ บราเธอร์ บริวเวอร์รี่ เพื่อที่จะสร้างสนามฟุตบอล เมื่อสร้างเสร็จได้ปล่อยให้ทีมเอฟเวอร์ตันเช่าในปี 1884 ( ซึ่งทีมเอฟเวอร์ตันถือกำเนิดมาก่อนหน้านี้แล้ว 4ปี ) ต่อมาเมื่อเอฟเวอร์ตันเป็นสมาชิกฟุตบอลลีก โฮลดิ้ง จึงขึ้นค่าเช่าและพยายามจะเข้าไปบริหารงานในส่วนโภชนาการของทีม กลุ่มผู้บริหารของเอฟเวอร์ตันจึงตัดสินใจเลิกสัญญาเช่าในปี 1892 และตัดสินใจย้ายสนามไปอีกฟากหนึ่งของสวนสาธารณะ
สแตนลี่ย์พาร์ค เพื่อไปสร้างสนามที่กูดิสันปาร์ค ทำให้สนามฟุตบอลของโฮลดิ้งไม่ได้ใช้ประโยชน์ โฮลดิ้ง จึงคิดสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และได้ให้ จอห์น แมคเคนน่า ( เพื่อนซี้ของโฮลดิ้ง ) มาดำรงตำแหน่งประธานสโมสร โดยตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า
"Liverpool Football Club" หรือ "LFC"

ก่อกำเนิดตำนานหงส์แดง
หลังจากที่ทีมลิเวอร์พูลถูกก่อตั้งได้ไม่นาน ก็ได้มีการจัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่องซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะทีมถึง 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครองสำเร็จซึ่งส่งผลให้พวกเขาส่งทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกและได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 ทีมจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด ( Liverbird ) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้
ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางของในฟุตบอลลีกในวันที่ 2 กันยายน 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลส์โบรซ์ ไอโรโนโปลิส และเรื่องเหลือเชื่อก็ได้เกิดขึ้นคือทีมลิเวอร์พูลได้แชมป์มาครองโดยที่พวกเขาไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล ( ทั้งหมด 28 นัด ) แต่ว่าการคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ ( ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน ) และได้ลงแข่งที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด

ที่มาของคำว่า "The Kop"
เมื่อลิเวอร์พูลเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 ต้องพบกับมหาอำนาจลูกหนังของอังกฤษในยุคแรกไม่ว่าจะเป็น เปรสตัน,ฮัดเดอร์สฟิลด์,แบล็คเบิร์น และที่สำคัญคือ เอฟเวอร์ตันทีมร่วมเมืองในขณะนั้น โดยศึกดาร์แมตช์นัดแรกเกิดขึ้นในวันที่ 16 ต.ค. 1894 ระหว่างทีมลิเวอร์พูลกับเอฟเวอร์ตันโดยลิเวอร์พูลออกไปเยือน ปรากฏว่าลิเวอร์พูลแพ้ 3-0 ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 40000 คน และในการเจอกันที่แอนฟิลด์ทำได้แค่เสมอ 2-2
ในปีแรกของลิเวอร์พูลในดิวิชั่น
1 จบฤดูกาลด้วยอันดับสุดท้ายของตารางและต้องกลับไปเล่นในดิวิชั่น 2 แต่เพียงแค่ปีเดียวก็กลับขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 อีกครั้ง
ภายใต้การนำทีมของผู้จัดการทีมที่ชื่อ ทอม อัตสัน การกลับขึ้นมาครั้งนี้ลิเวอร์พูลอยู่ในดิวิชั่น 1 นานกว่าเดิมและยังประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1900-1901 เป็นครั้งแรกอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามแฟนบอลของลิเวอร์พูลต้องดูทีมของตนเองเล่นในดิวิชั่น 2 อีกครั้งในปี 1904 แต่ลิเวอร์พูลก็สามารถเลื่อนชั้นขึ้นมาและคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในฤดูกาล 1905-1906 ในช่วงนี้ฉายา The Kop ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อลิเวอร์พูลสร้างสนามใหม่ และตั้งชื่ออัฒจันทน์หลังประตูว่า สปิออน ค็อป โดยนักข่าวของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูลเดลี่โพสต์ ที่มีชื่อว่า เออร์เนสต์ เอ็ดเวิร์ตส์ เป็นผู้เสนอชื่อนี้ขึ้นมา
สำหรับคำว่า "สปิออน ค็อป" เป็นชื่อของเนินเขาที่นาทาลในสงครามบัวร์ที่แอฟริกาใต้เมื่อปี 1900 แปลว่า "จุดที่ได้เปรียบ" สงครามครั้งนั้นอังกฤษส่งทหารเข้าร่วม 300 นายและได้เสียชีวิตเกินครึ่งหนึ่งโดยส่วนมากจะเป็นทหารจากเมืองลิเวอร์พูล จึงตั้งชื่ออัฒจันทน์เพื่อเป็นเกียรติประวัติความกล้าหาญ และใครที่ได้ไปดูการแข่งขันฟุตบอลบริเวณอัฒจันทน์นั้นจะเรียกตัวเองว่า "The Kop" จึงเป็นฉายาของลิเวอร์พูลมาจนถึงปัจจุบันนี้

Wednesday, May 03, 2006

ประวัติตราประจำสโมสรลิเวอร์พูล...

หลังจากที่ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยนคัพสมัยที่ 5 ได้สำเร้จในปี 2005 ยูฟ่าก็ได้มอบเครื่องหมายนี้ไว้เป็นรางวัลแห่งความสำเร็จ ทีมที่ได้แชมป์ยูโรเปี้ยนคัพอย่างน้อย 5 สมัย หรือสามารถคว้าแชมป์ได้ 3 สมัยติดต่อกันเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์สวมเครื่องหมายอันทรงเกียรตินี้

ป้าย This is Anfield แบบดั้งเดิมที่นำมาจากสนามฟุตบอล ในปัจจุบันนี้ ตัวหงส์ (หรือนก Liver bird) มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ในครั้งแรก บิลแชงคีลย์ได้นำมาใช้เพื่อเตือนสตินักฟุตว่า พวกเขาอยู่ที่ใดกันแน่

นี่เป็นตราประจำสโมสรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยมีเปลวไฟแห่งความยุติธรรมอยู่ลุกโชติช่วง 2 ข้าง (เปลวไปเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ 96 ชีวิตที่จากไปในโศกนาฏกรรมที่ฮิล์สโบโร่) ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เปลวไฟได้มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ดังจะเห็นได้จากภาพต่อไป

เปลวไฟแห่งความยุติธรรมเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยจากตราประจำสโมสรครบ 100 ปี

ตราสโมสรนี้ ใช้เฉลิมฉลองสโมสรมีอายุครบ 100 ปีในปี 1992 และ ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยมีเพียงสีต่างๆเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อปรากฏบนสินค้าของสโมสร

ตราประจำสโมสรหลากสีนี้ ใช้มาหลายปี ถึงแม้ว่าไม่ค่อยได้ปรากฏให้เห็นในชุดแข่ง ตราสโมสรรูปแบบนี้เป็นต้นแบบให้กับตราสโมสรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

ตราสโมสรนี้มีขึ้นหลังจากความสำเร็จของลิเวอร์พูลในปี 1985/86 เมื่อพวกเขาคว้าดับเบิ้ลแชมป์มาได้และตกลงให้ Crown Paints เป็นสปอนเซอร์

โลโก้ที่เห็นอยู่นี่มีจุดประสงค์เพื่อการค้าเท่านั้น แต่ใช้อยู่เพียง 1 ปีก็หายไป

หงส์ในยุคแรกๆ ซึ่งใช้บนปกคู่มือยูโรเปี้ยน คัพ รอบชิงชนะเลิศปี 1981

โลโก้สินค้าของรีบ็อคสำหรับแฟนบอลรุ่นเยาว์

โลโก้ในปัจจุบันที่มีการปรับเปลี่ยนเมื่อลิเวอร์พูล อะคาเดมี่เริ่มดำเนินงาน โลโก้ดังกล่าวปรากฎให้เห็นทั่วไปบนตึกของอะคาเดมี่